| การปลูก Nerium Odorum ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ Nerium Odorum เป็นไม้ประดับของประเทศ กรีกโบราณ ในสวนของชาวโรมันและชาวจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศจีนการปลูก Nerium Odorum เป็นงานอดิเรกของศิลปินและนักเขียนโดยยึดถือประเพณีในการตัดช่อดอก Nerium Odorum เป็นการไว้ครูชื่อของ Nerium Odorum ในภาษาจีนจะเขียนอังษร ๓ ตัว มีความหมายเรียงกันว่า สามัคคี ต้นไผ่ ดอกท้อ
ถิ่นกำเนิด แถบเมดิเตอเรเนียน และอินเดีย ชาวจีนนำเข้ามาปลูกในไทยประมาณช่วงรัชกาลที่ 2 และที่ 3 ประมาณ 150 ปี ล่วงมาแล้ว
จากการศึกษาของฟอสซิลท่ามกลางเถ้าถ่านของภูเขาไฟวิซูเวียส ในเมืองปอมเปอีประเทศอิตาลีได้พบว่ามีการปลูกต้น Nerium Odorum ในสวนสาธารณะในเมืองอีกทั้งปรากฏตามรูปภาพตามพื้นและผนังที่ทำด้วยเซรามิกที่สร้างในค.ศ. ๗๙ ยังมีหลักฐานในยุคโรมันอื่น
เช่นภาพเขียนผนังในสวนดอกไม้ในเประเทศอิตาลีรวมทั้ง ห้องพักในสวนที่กษัตย์ออกัสตัสได้สร้างให้กับพระมเหสีลิเวียต่างก็มีรูปและภาพสลักของดอก Nerium Odorum ในที่ต่างๆ
ในช่วงก่อนยุคประวัติศาสตร์ Nerium Odorum ได้มีการปลูกทั่วไปในกรุงโรม ในยุคสมัยของกษัตย์ซิซีโร (ปี ๑๐๖-๔๓ ก่อนคริสตการ) และมีการบันทึกของกรีกโบราณกล่าวถึง ทีโอเฟรตัส ผู้ได้อ้างถึง พืชชนิดหนึ่งที่เขาเรียกว่า ออโนทีรา oenothera (ปี ๓๐๐ ก่อนคริสตการ) ซึ่งได้มีความเชื่อว่าหมายถึง Nerium Odorum จาก คำพรรณนาของลักษณะที่มีดอกคล้ายกุหลาบสีแดง ใบคล้ายต้นอัลมอน และมีส่วนประกอบของสารมีพิษในเหตุการณ์อื่นที่เกี่ยวกับคัมภีร์ไบเบิลถึงแม้ว่าไม้มีการอ้างชื่อของ Nerium Odorum แต่มีบทเขียนที่ระบุถึงดอกไม้ที่มีลักษณะคล้ายดอกกุหลาบ
คัมภีร์อันศักสิทธัในภาษาฮิบบรูเขียนถึงต้น Nerium Odorum ไว้หลายตอน โดยแฉพาะในท่อนแรกของบท มิชนะซึ่งมีการรวบรวมในปีค.ศ. ๒๐๐ เขียนไว้ว่า เพราะเหตุที่โมเสสสามารถเปลี่ยนน้ำเค็มให้เป็นน้ำจืดมันก็คือสิ่งอัศจรรย์ในความอัสจรรย์มันก็เหมือนกับต้น Nerium Odorum ถึงแม้จะดอกที่สวยงามแต่ก็มีรสชาติที่ขมขื่น และในประเทศอิสราเอลมีการใช้ต้น Nerium Odorum ในการจัดสวนนับเป็นหลายศตวรรษ
Nerium Odorum เป็นพืชที่สามารถทนต่อสภาพ ของดินและอากาศหลากหลาย ทั่วๆ ไปเราจะเห็น Nerium Odorum ขึ้นตามธรรมชาติ ในบริเวณใกล้ทะเลเมดิเตอเรเนียน ในตอนเหนือของทวีปอาฟริกาเริ่มจากประเทศมอรอคโคเรื่อยๆ ผ่านประเทศอัลจิเรียจะถึงประเทศตูนีเซียในแถบตอนใต้ของทวีปยุโรปไปตามชายฝั่งของทะเลเมดิเตอเรเนียนจากบริเวณยิบรอลต้าจะถึงประเทศเลบานอนและอิสราเอล และในหมู่เกาะต่างๆ ในทะเลเมดิเตอเรเนียนอาทิเช่น เกาะเครเต เกาะคอร์ฟู และ เกาะไซปรัสบางพื้นที่ในแถบตะวันออกก็จะเห็นประปรายตามฝั่งของแม่น้ำทิกริสตั้งแต่ แถบตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศตอรกีไปถึงฝั่งของอ่าวเปอร์เซียในประเทศอิหร่าน ในพื้นที่แถบอ่าวโอมานในพื้นที่ราบของประเทศอัฟกานิสถานและปากีสถาน ในประเทศอินเดียตรงตอนเหนือของกรุงเดลลี และตามบางพื้นที่ด้านตะวันตกของประเทศจีนและญี่ปุ่น
Nerium Odorum นั้นถือเป็นพืชที่สามารถปรับตัวเองในทุกสภาวะ สามารถเติบโตได้ดีในที่โล่งที่มีแดดจัด ในที่ชุ่มชื้นตามหุบเขา หรือในพื้นที่ที่น้ำท่วมขัง แม้กระทั่งสภาพดินที่เป็นมีหินทรายดินเหนียว ได้ทั้งดินที่เป็นกรดหรือด่าง Nerium Odorum สามารถสร้างระบบรากได้แข็งแรงสามารถดูดซับความชื้นได้นานและคายน้ำได้ดีในบางโอกาสแม้กระทั่งในภาวะที่แล้งจัดเป็นระยะเวลานานหรือในฤดูฝนที่มีน้ำท่วมขัง อีกทั้งสามารถอยู่ได้ดีจากระดับต่ำกว่าน้ำทะเลจนถึงกว่า ๘๐๐๐ฟิตเหนือน้ำทะเล
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : Nerium Odorum เป็นไม้พุ่มขนาดกลางสูงได้ถึง 20 ฟุต ใบเล็กแคบเรียวยาว เนื้อใบหนาและแข็งขนาดใบยาวประมาณ 4-8 นิ้ว ดอกออกเป็นช่อแน่นตามยอดมีสีต่าง ๆ กัน เช่น สีชมพู แดง ขาว ดอกมี 5 กลีบขนาดดอกกว้างประมาณ 1.5 นิ้ว ในช่อหนึ่ง ๆ อาจมีดอกได้ตั้งแต่ 20-50 ดอก ออกดอกได้ตลอดปี แต่จะออกมากช่วงฤดูแล้ง
การขยายพันธุ์ : การปักชำ การตอนกิ่ง การเพาะเมล็ด
การปลูกและการดูแลรักษา : Nerium Odorum เป็นไม้ดอกไม้ประดับที่เจริญเติบโตง่ายและทนทานมาก สามารถขึ้นได้แม้กระทั่งในเขตอบอุ่นและในเขตทะเลทราย
ชนิดพืช [Plant Type] : ไม้พุ่ม
ขนาด [Size] : สูง 2 - 5 เมตร
สีดอก [Flower Color] : สีชมพู ขาว แดง เหลือง
ฤดูที่ดอกบาน [Bloom Time] : ตลอดปี
อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : เร็ว
ลักษณะนิสัย [Habitat] : ขึ้นในดินทั่วไประบายน้ำดี
ความชื้น [Moisture] : สูง
แสง [Light] : แดดเต็มวัน
ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : ไม้พุ่มขนาดกลาง ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านจำนวนมากที่โคนต้น ทุกส่วนของต้นมียางใส กิ่งอ่อนสีเขียว เปลือกสีน้ำตาลเข้ม
ใบ (Foliage) : ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับรอบกิ่ง ใบรูปแถบหรือรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 15-17 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบเรียว ขอบใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้างหนา ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้ม เป็นมัน เส้นกลางใบเด่นชัดทั้งสองด้าน
ดอก (Flower) : สีชมพู ขาว แดง เหลือง ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกเชิงประกอบที่ปลายกิ่ง ช่อละ 20-50 ดอก มีทั้งดอกลาและดอกซ้อน พันธุ์ดอกลามีหลายสี เช่น สีชมพู ขาว แดง เหลือง ส่วนพันธุ์ดอกซ้อนสีชมพูเข้ม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ดอกมีขนาดใหญ่กว่าพันธุ์ดอกลา ช่อดอกบานเต็มที่กว้าง 8-12 เซนติเมตร
ผล (Fruit) : ผลแห้งเป็นฝัก เมื่อแก่แตกแนวเดียว เมล็ดแบน รูปรี มีขนละเอียดคลุม
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) : ปลูกประดับสวนเป็นกลุ่ม หรือเป็นแถว ปลูกริมทะเล ริมถนน ทางเดิน ลานจอดรถ สวนสาธารณะ รีสอร์ท ทนแล้งและทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆได้ดี
ต้นมียางเป็นพิษ ไม่ควรปลูกใกล้สนามเด็กเล่น
ประโยชน์ : ดอกแก้อักเสบ แก้ปวดศีรษะ ผลขับปัสสาวะ บำรุงหัวใจ
|