| สมุนไพร ล้วนเป็นคุณและโทษ ชื่อพฤกษศาสตร์ Nerium indicum Mill.
วงศ์ APOCYNACEAE
ชื่ออื่น Nerium Odorum ฝรั่ง (ภาคกลาง) Sweet Oleander, Rose Bay
ลักษณะพืช ไม้พุ่มสูง 1-3 เมตร ลำต้นเกลี้ยงมียางสีขาว ใบเดี่ยวรูปร่างเรียวยาว ปลายและโคนใบแหลม ดอกสีแดง ชมพู ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกมีทั้งชนิดกลีบซ้อนและกลีบเดี่ยว มีกลิ่นหอม ฝักแข็ง ยาวเรียว เมล็ดเรียวมีขนปลิวตามลมได้ดี
ถิ่นเดิมอยู่ในโปรตุเกส และแถบเปอร์เซีย มีผู้นำเข้ามาปลูก เป็นที่นิยมกันโดยทั่วไป
Nerium Odorum เป็นไม้วงศ์เดียวกับชำมะนาด กุมาริกา และโมก
สรรพคุณตามตำรายา
ใบ ขนาดพอเหมาะ เป็นยาบำรุงหัวใจ แก้ไข้มาเลเรีย
ใบ เป็นพิษ มีสารที่มีฤทธิ์แรงมาก ใช้เป็นยาเบื่อหนู ฆ่าแมลง
ใบ ใช้ปรุงยา ถ้าใช้เกินขนาด เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต
ใบ ใช้เป็นส่วนประกอบของครีมยา สำหรับทาและรักษาโรคผิวหนัง
ดอก แก้อักเสบ แก้ปวดศีรษะ
ผล ขับปัสสาวะ บำรุงหัวใจ
เมล็ด ใช้เบื่อหนู
ส่วนที่เป็นพิษ น้ำยางจากลำต้น สารพิษ : digitalis, ออกฤทธิ์ : พิษต่อหัวใจและเลือด
อาการ : ระคายเคืองเยื่อบุในปากและกระเพาะอาหารก่อน ตามด้วยอาการอาเจียน ท้องเดิน ปวดศีรษะและปวดท้อง
ถ้ารับประทานเข้าไปมาก และล้างท้องไม่ทัน สารพิษจะถูกดูดซึมผ่านทางลำไส้ และแสดงพิษต่อหัวใจ ซึ่งจะเกิดขึ้นช้าหรือเร็ว ขึ้นกับชนิดของไกลโคไซด์
วิธีการรักษา :
1. นำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
2. ล้างท้อง
3. รักษาตามอาการ
4. ถ้าจาก EKG พบว่า มี Ventricular tachycardia ควรให้ potossium chloride
(5-10 g) หรือให้ K+ (80 mEq/L) การเจ็บแขนอาจช่วยด้วยการนวด และ ประคบน้ำร้อน
สารพิษและสารเคมีอื่นๆ neriin, oleandrin, folinerin มีฤทธิ์คล้าย digitalis ในเปลือกมี cortenerin glycoside มีฤทธิ์คล้าย forinerin
การเกิดพิษ ถ้ารับประทานจะทำให้ปวดศรีษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ตาพร่า มองไม่ชัด เพ้อ คลั่ง หัวใจเต้นอ่อน ไม่ปกติ ความดันโลหิตลดลง และ ตาย เนื่องจาก ventricular fibrillation ในเด็กเล็กจะเกิด cardiac arrhythmia ในเด็กจะเกิด CNS depression อย่างรุนแรง ในผู้ใหญ่จะเกิดอาการทางจิตร่วมด้วย
การรักษา เอาเศษพืชพิษที่ไม่ถูกดูดซึมออกโดย ทำให้อาเจียน โดยให้ยาพวก Ipecac แล้วให้ activated charcoal วัดปริมาณ potassium และ magnesium ใน serum ทุกชั่วโมง ตรวจคลื่นหัวใจ ควบคุมอัตราความเร็วของการบีบตัวของหัวใจ (transvenous cardiac pacing)
ห้ามให้ epinephrine หรือยากระตุ้นอื่นๆ จะทำให้เกิด ventricular fibrillation
การลดพิษ ในกรณีเกิด cardiac arrhythmia จากการลดของ potassium
ในกรณีไตปกติ
ให้ KCl 3 กรัมละลายในน้ำผลไม้ ให้ดื่มทุกชั่วโมง หรือ 20 mEq potassium ใน 500ml 5% dextrose ทาง IV โดยอัตราเร็วไม่เกิน 0.3 mEq/min จนกระทั่ง ECG ปกติ
และหยุดให้ potassium ในกรณีที่ serum มี potassium ขึ้นถึง 5mEq/L
ไม่ใช้ potassium ในรายที่เกิด complete heart block
ลดปริมาณ potassium ที่เพิ่มขึ้นโดยให้ Sodium polystyrene sulphonate เช่น Kayexalate 20 กรัมทางปาก หรือสวนทุก 4 ชั้วโมง ให้ 10 unit Isulin ขณะให้ 5 % dextose
สำหรับ atrial and ventricular irregularities ซึ่งไม่ได้ตอบสนองต่อการใช้ potassium
ให้ phenytoin 0.5 mg/kg ทาง IV ช้าๆ ทุก 1-2 ชั่วโมง
ให้มากสุดไม่เกิน 10 mg/kg ใน 24 ชั่วโมง
ให้ Lindocaine 1 mg/kg 5 นาที และ 15-50 ug/kg/min เพื่อควบคุมการเต้นให้ปรกติ
ระวังการใช้ Propranolol, Quinidine และ Procainamide จะเป็นอันตราย
ให้ Cholestyramine ทางปากเพื่อช่วยลดพิษ และลดการดูดซึม
ให้ Atropine 0.01 mg/kg IV สามารถเพิ่ม heart rate ในรายที่เกิด heart block
ในกรณีไตเสีย ให้รีบรักษา จนกว่าอาการเต้นผิดปรกติของ Ventricle ที่เกิดจากสารพิษจะหายไป โดยดูจาก ECG ถ้าไตปรกติ ให้ดื่มสารละลาย (fluids) ทุก 2-4 ชั่วโมง
แต่ห้ามให้ยาขับปัสสาวะ ในกรณีที่ยังมีฤทธิ์ของสารพิษอยู่ |