| พืชมีพิษในประเทศไทย (๑) คัดลอกมาเล่าสู่กันฟัง : ฆรินท์ มิ้น - เรือนพระจันทร์
โดย : จำลอง เพ็งคล้าย : ราชบัณฑิตในสาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์, ราชบัณฑิตสถาน
พืชมีพิษในประเทศไทย กลุ่มที่เป็นพิษ เมื่อบริโภค หรือหายใจเข้าไป
พืชกลุ่มนี้จะทำให้คนหรือสัตว์ที่บริโภคหรือหายใจเอาสารพิษเข้าไปเกิดอาการวิงเวียน อาเจียน ระคายคอ ลิ้นชา ปวดท้อง ท้องเดิน ฯลฯ ถ้าแก้ไขไม่ทันอาจเสียชีวิตได้ พืชดังกล่าว ได้แก่
1. วงศ์ Amaryllidaceae
1.1 Narcissus tazetta L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก จุ๊ยเซียน เป็นพืชล้มลุกมีหัวคล้ายหัวหอม นำเข้าจากต่างประเทศเพื่อปลูกเป็นพืชประดับและไม้ดอก ใบเดี่ยวเรียวแคบชี้ตั้งขึ้นและจีบเป็นรูปรางน้ำ ดอกโตสีขาวหรือเหลืองอ่อน ออกดอกเดี่ยวบนปลายก้านช่อที่ยาวยื่นพ้นปลายใบขึ้นมา
· ส่วนที่เป็นพิษ คือหัวของพืชนี้ ถ้ากินเข้าไปจะเกิดอาการชัก ท้องเดินและม่านตาขยายกว้าง
1.2 Pancratium Zeylanica L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ว่านเศรษฐี เป็นพืชล้มลุกที่มีหัวคล้ายหัวหอม นำเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อปลูกเป็นพืชประดับและไม้ดอก ใบเดี่ยวเรียวแคบชี้ตั้งขึ้นและมักจีบเป็นรูปรางน้ำ ดอกโตสีขาวกลิ่นหอม ออกเป็นดอกรูปกรวยปากกว้าง เป็นดอกเดี่ยว บนปลายก้านช่อยาวยื่นเหนือปลายใบ
· ส่วนที่เป็นพิษ หัวของพืชนี้เป็นพิษเช่นเดียวกับหัวจุ๊ยเซียน
2. วงศ์ Anacardiaceae
2.1 Anacardium occidentale L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก มะม่วงหิมพานต์ เป็นต้นไม้สูงไม่เกิน 10 เมตร ไม่ผลัดใบ ลำต้นและกิ่งมักคดงอ เปลือกสีเทามักแตกเป็นสะเก็ด ใบเดี่ยวรูปไข่กลับ ติดเวียนเป็นกลุ่มตามปลายกิ่ง ดอกเล็กสีขาว ออกรวมเป็นช่อเชิงหลั่นตามปลายกิ่ง ผลเป็นผลเมล็ดเดี่ยวอยู่นอกเนื้อ ห้อยอยู่ใต้ก้านที่บวมและนุ่มคล้ายตัวผล
· ส่วนที่เป็นพิษ เมล็ด ถ้ากินดิบๆมักจะทำให้เกิดอาเจียนอย่างรุนแรง กลิ่นพร้อมสารระเหยจากการคั่วเมล็ด ทำให้เกิดอาการหลอดลมอักเสบได้
3. วงศ์ Annonaceae
3.1 Annona squamosa L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก น้อยหน่า เป็นไม่พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงไม่เกิน 5 เมตร นำเข้าจากต่างประเทศเพื่อปลูกเป็นไม้ผล ใบเดี่ยวรูปไข่แกมขอบขนาน ติดเรียงสลับ ดอกสีเหลืองอมเขียว ออกดอกเดี่ยวๆ ห้อยย้อยตามกิ่ง ผลเป็นแบบผลกลุ่มเนื้อนุ่ม รวมกันเป็นผลโต รูปทรงกลมผิวผลเป็นปมขรุขระ เมล็ดสีดำเป็นมัน
· ส่วนที่เป็นพิษ เมล็ดบดเป็นผง แล้วกินมักจะทำให้แท้งลูก และทำลายกระจกตา อาจทำให้ตาบอดได้ รากเป็นยาถ่ายอย่างรุนแรง ทั้งเมล็ดและใบที่บดเป็นผงใช้เป็นยาฆ่าแมลง
4. วงศ์ Apocynaceae
4.1 Adenium obesem Balf.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ชวนชม เป็นไม้พุ่มอวบน้ำที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ ลำต้นอวบน้ำและคดงอ ใบเดี่ยวรูปขอบขนานหรือขอบชนานแกมรูปหอกกลับ ติดตรงข้ามค่อนข้างถี่ตามปลายกิ่ง ดอกสีชมพูหรือแดง รูปกรวย กลีบเรียงเวียนแบบกังหัน
· ส่วนที่เป็นพิษ ผงไม้หรือน้ำเลี้ยงจากกิ่งและลำต้น ถ้ากินเข้าไปจะทำให้เป็นตระคริว ปัสสาวะไม่ได้ และมีอาการชา กรรไกรแข็งหรือเป็นอัมพาต
4.2 Allemanda cathartica L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก บานบุรีเหลือง เป็นเถานำมาจากต่างประเทศเพื่อปลูกเป็นไม้ประดับ ใบเดี่ยวรูปขอบขนาน ติดตรงข้ามหรือเป็นวงรอบกิ่ง ดอกใหญ่สีเหลือง รูปกรวย ออกรวมกันเป็นช่อตามปลายกิ่ง
· ส่วนที่เป็นพิษ ทุกๆส่วนของพืชนี้ถ้ากินเล็กน้อยจะช่วยเป็นยาระบายและทำให้อาเจียน ถ้ากินมากเกินขนาดจะทำให้ท้องเดินและอาเจียนไม่หยุด ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
4.3 Catharanthus roseus (L.) G. Don.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก พังพวยฝรั่ง เป็นพืชล้มลุก สูงไม่เกินครึ่งเมตร นำเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อปลูกเป็นไม้ดอกประดับ ใบเดี่ยวรูปไขกลับ ติดตรงข้าม ดอกสีชมพูหรือขาวรูปแจกัน ออกเป็นกระจุกเล็กตามปลายกิ่ง ผลเป็นฝักคู่รูปทรงกระบอก
· ส่วนที่เป็นพิษ ทุกส่วน ถ้ากินมากๆเป็นยาขับเลือดและทำให้แท้งได้
4.4 Cerbera manghas L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ตีนเป็ดทราย เป็นไม้ต้น สูงได้ถึง 20 เมตร ผลัดใบ แต่ผลิใบใหม่ไว ใบเดี่ยวรูปหอกกลับติดเวียนตามกิ่ง ดอกโตรูปแจกันสีขาว ตรงกลางสีแดง กลิ่นหอม ออกรวมกันเป็นช่อตามปลายกิ่ง ผลรูปรีมักออกเป็นคู่
· ส่วนที่เป็นพิษ ทุกส่วน ถ้ากินใช้พอเหมาะจะเป็นยาสมุนไพร ถ้ากินมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผล จะทำให้ท้องร่วง อาเจียน ทำให้แท้งลูกและตายได้
4.5 Cerbera odoratum Gaertn
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ตีนเป็ดทะเล เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 7 เมตร ผลัดใบแต่ผลิใบใหม่ไว ใบเดี่ยว รูปหอกติดเป็นวงตามกิ่ง ดอกโตรูปแจกันสีขาว ตรงกลางเหลือง ผลโตรูปเกือบกลม อุ้มน้ำ
· ส่วนที่เป็นพิษ เปลือกผลให้ทำท้องเดิน เนื้อผลทำให้ท้องเดินและอาเจียน อาจถึงตายได้ ต้นและใบทำให้ท้องเดินและอาเจียน
4.6 Nerium indicum L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ฮิบโถ เป็นพืชที่นำเข้ามาจากต่างประเทศปลูกเป็นไม้ดอกประดับ เป็นไม้พุ่มแตกเป็นกอ สูงไม่เกิน 4 เมตร ไม่ผลัดใบ ใบเดี่ยวรูปขอบขนานแคบๆติดตรงข้ามหรือเป็นวงตามกิ่ง ดอกมีทั้งสีขาวชมพูเหลืองอ่อนและสีแดงเข้ม รูปกรวย ออกรวมกันเป็นช่อกระจุกตามง่ามใบและปลายกิ่ง ผลเป็นฝักแข็งรูปทรงกระบอก
· ส่วนที่เป็นพิษ ใบ ถ้าดม ทำให้คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียน หน้ามืด หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ ถ้ากินเข้าไปจะถ่ายเป็นเลือด และหัวใจหยุดเต้น เมล็ดเปลือกและรากมีฤทธิ์กดการหายใจ
4.7 Thevetia peruviana K. Schum.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก รำเพย เป็นพืชที่นำมาจากต่างประเทศ ปลูกเป็นไม้เดอกประดับ เป็นไม้พุ่มเป็นกอหรือแตกกิ่งต่ำ สูงไม่เกิน 4 เมตร ไม่ผลัดใบ ใบเดี่ยว รูปขอบขนานแคบๆ ติดเวียนถี่ตามปลายกิ่ง ดอกโตรูปกรวยสีเหลือง ออกรวมกันเป็นช่อกระจุกตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ผลทรงกลมค่อนข้างเบี้ยว ผิวหยักย่นเป็นวงสันตามขวางหนึ่งสัน
· ส่วนที่เป็นพิษ ใบและเมล็ด เป็นยาถ่ายอย่างแรง ทำให้อาเจียนและอาจแท้งลูกได้ ส่วนเมล็ด ถ้ากินจำนวนมาจะทำให้เกิดอัมพาตหัวใจ อัมพาตสันหลัง และลำไส้บีบตัวอย่างแรง
4.8 Plumneria rubra L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ลั่นทมแดง เป็นพืชที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ปลูกเป็นไม้ดอกประดับ เป็นไม้ต้นสูงไม่เกิน 6 เมตร กิ่งอวบ ผลัดใบแต่ผลิใบใบใหม่ไว ใบเดี่ยวรูปไขขอบขนานแกมรูปหอก ติดเวียนเป็นกลุ่มใกล้ปลายกิ่ง ดอกโตรูปกรวยสีแดง ออกรวมกันเป็นช่อกระชุกใกล้ปลายกิ่ง กลิ่นหอม ผลเป็นฝักเรียวยาว
· ส่วนที่เป็นพิษ ราก เป็นยาถ่ายอย่างแรง
4.9 Rauwolfia serpentina Benth. Ex Kurz
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ระย่อม เป็นไม่พุ่มเตี้ยมีเหง้าหรือ หัวยาวใต้ดิน สูงได้ไม่เกิน 1 เมตร ตามลำต้น ดอกสีขาวชมพูหรือแดง รูปเข็มหรือรูปแจกัน ออกรวมกันเป็นช่อซี่ร่มย่อยที่ปลายสุดของลำต้น ผลเป็นผลแฝด แต่ละผลรูปทรงกลม อุ้มน้ำ
· ส่วนที่เป็นพิษ ราก ถ้ากินมากเกินไปทำให้เคลิบเคลิ้มและบีบหัวใจ และอาจเสียชีวิตได้
5. วงศ์ Araceae
5.1 Alocarsia indica Schott.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก กระดาด หรือ เผือกกะลา เป็นพืช ล้มลุก อวบน้ำ ลำต้นเป็นปล้องสูง (รวมก้านใบ) ได้ถึง 2 เมตร ไม่ผลัดใบ ใบเดี่ยวรูปหัวใจขนาดใหญ่มาก สีเขียว มีก้านเป็นกาบโอบ หุ้มลำต้น ดอกสีเหลืองอ่อน รวมกันเป็นช่อเชิงลด (เป็นแท่ง) มีกาบสีเหลืองอมเขียวหุ้ม ผลเล็กสีแดง อัดแน่นอยู่บนแกนแท่งช่อ
· ส่วนที่เป็นพิษ ทั้งก้านใบและเหง้า ถ้าปรุงไม่ดีแล้วกินเข้าไปจะทำให้เกิดอาการคันในปากและลิ้น ทำให้บวมได้
5.2 Alocasia macrorrhizos (L.) G. Don
· ชื่อพื้นเมืองเรียก กระดาดดำ เป็นพืชล้มลุก อวบน้ำ สูง (รวมก้านใบ) ได้ถึง 2 เมตร เหง้าหรือลำต้นอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวรูปหัวใจขนาดใหญ่มาก สีม่วงหรือเขียวเข้ม โคนก้านใบขยายกว้างหุ้มลำต้นหรือก้านใบที่เหนือขึ้นมา ดอกและผลคล้ายต้นกระดาษ
· ส่วนที่เป็นพิษ ทั้งก้านใบและเหง้า ถ้าปรุงไม่ดี แล้วกินเข้าไปจะทำให้คันในปากและลิ้น
5.3 Amopgophalius campanulatus Bl. Ex Decne.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก บุก หรือ บุกคางคก เป็นพืชล้มลุก อวบน้ำ มีหัวกลมแป้นขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน ชูใบและช่อดอกออกต่างวาระกัน ใบเป็นช่อมี 3 กลุ่มใบย่อย แต่ละกลุ่มหยักเป็นแฉกลงลึก ก้านใบอวบ ยาวได้ถึง 2 เมตร ดอกสีเหลืองหรือน้ำตาลแดง รวมกันเป็นช่อเชิงลด (เป็นแท่ง) สั้นแต่ใหญ่มาก มีกาบสีม่วงแดงเป็นกระทงปากกว้างห่อด้านล่าง ดอกมักออกเมื่อใบยุบหรือแห้งเรียนร้อยแล้ว ผลกลม อุ้มน้ำ สีแดงสดหรือแสด ติดรอบแกนช่อ
· ส่วนที่เป็นพิษ เหง้าและก้านใบถ้าปรุงไม่ดี กินเข้าไปทำให้คันปากและลิ้นพอง
5.4 Dieffenbachia sequine Schott.
· ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า ว่านหมื่นปี เป็นพืชล้มลุก อวบน้ำ ลำต้นมีรอยควั่นเป็นข้อๆ นำเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อปลูกเป็นพืชประดับ ผิวใบมักมีประจุดด่าวดำทั่วไป ดอกสีขาว สีเหลือง หรือ เขียวอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อเชิงลด (เป็นแท่ง) คล้ายหลอดแก้ว มีกาบสีเขียวอ่อนหรือเหลืองอ่อนโอบและปิดช่อตอนล่างมิด ผลกลมเล็ก อุ้มน้ำ สีส้มหรือสีแดง
· ส่วนที่เป็นพิษ ทั้งต้นและใบถ้ากินเข้าไปจะระคายเคืองรุนแรง ทั้งปากและลิ้นอาจบวมจนพูดหรือกินไม่ได้
5.5 Homalomena aromatica Schott.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก โหรา เป็นพืชล้มลุก อวบน้ำ ลำต้นมีรอยควั่นเป็นข้อๆ ใบเดี่ยวรูปหัวใจ โคนก้านใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ดอกสีเขียวอ่อน หรือสีเหลือง ออกดกรวมกันเป็นช่อเชิงลดมีกาบเขียวโอบและปิดช่อตอนล่างมิด ผลกลมเล็ก อุ้มน้ำ สีส้มแดง
· ส่วนที่เป็นพิษ เหง้า กินเข้าไปทำให้ประสาท หลอน; ใช้เป็นยาฆ่าแมลง
6. Asclepiadaceae
6.1 Asclepias curassavica L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียกไฟเดือนห้า เป็นพืชล้มลุก สูงไม่เกิน 1 เมตร นำเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อปลูกเป็นพืชสมุนไพร ใบเดี่ยวรูปหอก ติดตรงข้ามเป็นคู่ ดอกสีแดงรูปดอกเข็ม ออกรวมกันเป็นช่อแบบซี่ร่มตามง่ามใบ ผลเป็นแบบผลแห้งแตก รูปหอก รวมเป็นช่อพวงปลายช่อ
· ส่วนที่เป็นพิษ ทุกส่วนมีสารพวกกลัยโคไสด์ ถ้ากินมากเกินไจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเป็นอัมพาตและอาจถึงแก่ชีวิตได้
6.2 Calotropis gigantea (L.) R. Br. Ex Ait.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก รัก หรือ ดอกรัก เป็นไม้พุ่มเตี้ยนำเข้ามาจากต่างประเทศ สูงได้ถึง 2 เมตร ใบเดี่ยวรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน ติดตรงข้ามเป็นคู่ ดอกสีขาวแกมม่วง ออกรวมกันเป็นช่อแบบซี่ร่มตามปลายกิ่ง เส้าเกสรรูปคล้ายมงกุฎ ผลเป็นฝักคู่รูปหอก
· ส่วนที่เป็นพิษ ยางจากทุกส่วนเป็นยาถ่ายอย่าง แรง และบีบหัวใจ เปลือกจากต้นและรากทำให้อาเจียน
6.3 Hoya coronaria Blume
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ตะบา เป็นไม้เถาอิงอาศัย ใบเดี่ยวรูปรีแกมไข่ ตอดตรงข้ามเป็นคู่ แผ่นใบหนา ดอกสีขาว ออกรวมกันเป็นช่อแบบซี่ร่มตามง่ามใบ ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอก
· ส่วนที่เป็นพิษ ยางจากทุกส่วนของพืชชนิดนี้ ถ้ากินเข้าไปจะทำให้อาเจียนอย่างแรง
6.4 Raphistemma hooperianum Decne.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ข้าวสารดอกเล็ก เป็นไม้เถาขนาดเล็ก ใบเดี่ยวรูปหัวใจ ติดตรงข้ามเป็นคู่ แผ่นใบบาง ดอกเล็กกลิ่นหอม ออกรวมกันเป็นช่อซี่ร่มตามง่ามใบ ผลเป็นฝักรูปไข่แกมรูปขอบขนาน
6.5 Raphistemma pulchellum (Roxb.) Wall.
· ชื่อพื้นเมืองดรียก ข้าวสารดอกใหญ่ เป็นไม้เถาขนาดเล็ด ใบเดี่ยวรูปหัวใจติดตรงข้ามเป็นคู่ แผ่นใบบาง ดอกโตสีขาว ออกรวมกันเป็นช่อซี่ร่มตามง่ามใบ ผลเป็นฝักโค้งเล็กน้อย
· ส่วนที่เป็นพิษ เมล็ดมีสารพวกกลัยโคไสด์ ที่เผป็นพิษต่อหัวใจ
6.6 Sarcostemma brunonianum Wight & Arn.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก เถาวัลย์ด้วน เป็นไม้เถา ลำต้นแก่เป็นสะเก็ดหนาตามยาวสีเทา ส่วนกิ่งอ่อนเรียบสีเขียวอ่อน ดอกสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม ออกรวมกันเป็นช่อซี่ร่มตามข้อต่อกิ่งอ่อน ผลเป็นฝักตรงเรียวแหลม
· ส่วนที่เป็นพิษ ลำต้นทำให้อาเจียนอย่างแรง
6.7 Telosma minor Craib.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก สลิด หรือ ขจร เป็นไม้เถาขนาดเล็ก ใบเดี่ยวรูปหัวใจ ติดเรียงสลับแผ่นใบบาง ดอกสีเหลืองแกมเขียวอ่อน กลิ่นหอม ออกรวมกันเป็นช่อซี่ร่มตามข้อลำต้นหรือง่ามใบ ผลเป็นรูปไข่แกมรูปหอก ปลายโค้งแหลม
· ส่วนที่เป็นพิษ รากทำให้อาเจียน เถาหรือลำต้นมีสารพิษ
7. วงศ์ Boraginaveae
7.1 Heliotropium indicum (L.) R. Br.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก หญ้าวงช้าง เป็นพืชล้มลุก สูงได้ถึงครึ่งเมตร ใบเดี่ยวรูปไข่เรียงสลับหรือเกือบตรงข้ามกัน ดอกเล็กสีขาวหรือฟ้าอมขาว ออกรวมกันเป็นช่อวงแถวเดียว ทำให้ปลายช่อโค้งคล้ายงวงช้าง ผลเล็กรูปไข่ติดกันเป็นคู่ๆ
· ส่วนที่เป็นพิษ ทุกส่วนของต้นมีสารพวก อินดิศีน ถ้ากินเข้าไปจะเข้าไปจะทำให้เกิดโรคตับอักเสบ ดอกและรากทำให้แท้งลูกได้
8. วงศ์ Buddlejaceae
8.1 Buddleja asiatica Lour.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ราชาวดีป่า เป็นไม้พุ่มสูงได้ถึง 2 เมตร ใบเดี่ยวรูปหอกติดตรงข้ามเป็นคู่ ดอกเล็กสีขาว ออกรวมกันเป็นช่อฉัตรโค้งยาว ตามปลายกิ่งและง่าใบ ผลรูปกระสวยเป็นชนิดผลแห้ง
· ส่วนที่เป็นพิษ ทุกส่วนใช้เบื่อปลา และ ถ้าคนกินเข้าไปมากจะทำให้แท้งลูกได้
9. วงศ์ Buxaceae
9.1 Buxus rolfei Vid.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ช้องรำพัน เป็นไม่พุ่มสูง 0.5-2 เมตร ไม่ผลัดใบ ใบเดี่ยวรูปรีแกมหอก แผ่นใบหนา ติดตรงข้ามเป็นคู่ ใบแห้งออกสีเหลือง ดอกสีเหลืองอ่อน ออกเดี่ยวหรือเป็นกระจุก 2-4 ดอกตามง่ามใบ ผลกลม ชนิดผลแห้งแตก ปลายมีติ่งแหลม 4 ติ่ง
· ส่วนที่เป็นพิษ ผล ใช้เบื่อปลา
10. วงศ์ Campanulaceae
10.1 Laurentia longiflora (L.) Peterm.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ปีบฝรั่ง เป็นพืชล้มลุกที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ สูงไม่เกินครึ่งเมตร ใบเดี่ยวรูปไข่กลับเรียงเวียนไปตามกิ่ง ขอบใบหยักไม่เป็นระเบียบ ดอกเล็กสีขาว รูปเข็ม ออกเดี่ยวๆ ผลรูปรีเป็นชนิดผลแห้ง
· ส่วนที่เป็นพิษ น้ำเลี้ยงจากต้นทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเป็นอัมพาตและระคายเคืองต่อปากและคอ
11. วงศ์ Cannabidaceae
11.1 Canabis sativa L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก กัญชา เป็นพืชล้มลุก สูงได้ถึง 2 เมตร ใบเป็นช่อรูปนิ้วมือ ช่อใบออกเรียงสลับ ขอบใบจักถี่ ดอกสีเขียวอ่อน ดอกเพศผู้ออกรวมกันเป็นช่อกระจุก ส่วนเพศเมียออกเดี่ยวๆ ตามง่ามใบและปลายกิ่ง ผลเล็กกลมรี เป็นชนิดผลแห้ง
· ส่วนที่เป็นพิษ ใบและช่อดอกและถ้าสูบหรือกิน ทำให้เกิดอาการประสาทหลอน มีนเมาและอาเจียน
12. วงศ์ Cucurbitaceae
12.1 Gymnopetalum integrifolium Kurz.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ขี้กาแดง เป็นไม้เถาขนาดเล็ก ลำเถาอวบน้ำและสาก ใบเดี่ยวป้อมรูปห้าเหลี่ยม โคนใบเว้าลึก ดอกโตสีขาวรูปกรวยหรือกงล้อ ออกเดี่ยวๆตามง่ามใบ ผลกลม ฉ่ำน้ำ แก่จัดสีแดง เมล็ดรูปรีสีดำ
· ส่วนที่เป็นพิษ ผลทำให้ท้องเดินอย่างรุนแรง เมล็ดเป็นยาเบื่อที่มีฤทธิ์รุนแรงมาก ทำให้เสียชีวิตได้ง่าย แต่ส่วนอื่นเป็นยาสมุนไพรที่มีประโยชน์
12.2 Momordica cochinchinensis (Lour.)Spreng.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ฟักข้าว เป็นไม้เถาขนาดเล็ก ลำต้นอวบน้ำ ใบเดี่ยวเป็นแฉกลึก 3-5 แฉก ผิวใบใบมีจุกนูนเล็กๆทั่วไป ดอกโตสีขาวหรือขาวอมเหลือง มีประสีม่วง ออกเดี่ยวๆตามง่ามใบ ผลรูปไข่หรือรี ผิวผลมีหนามสั้นหนาแน่น ฉ่ำน้ำ แก่จัดสีแดง เมล็ดสีดำ
· ส่วนที่เป็นพิษ เมล็ดดิบมีพิษเช่นเดียวกับขี้กาแดง ส่วนอื่นเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มาก
13. วงศ์ Dioscoreaceae
13.1 Dioscorea hispida Dennst.
· ชื่อพื้นเมืองรียก กลอย เป็นไม้เถาแข็ง มีหนามและมีหัวใต้ดิน ใบเป็นช่อแบบสามใบย่อย ช่อติดเวียนไปตามลำเถา ดอกเล็กสีเขียวอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อยาวตามง่ามใบ ผลเป็นชนิดผลแห้ง รูปรี มีครีบตามยาวผล 5 ครีบ
· ส่วนที่เป็นพิษ หัวที่ยังดิบอยู่มีพิษอาจบริโภคเข้าไปตายทันที แต่ถ้านำมาฝานบางๆแล้วแช่ในน้ำไหล 2-3วัน นำมาผึ่งให้แห้งแล้วนำไปนึ่งให้สุกผสมกับข้าวเหนียวใช้บริโภค ใบมีสารพิษเช่นเดียวกับหัว
14. วงศ์ Ericaceae
14.1 Lyonia ovalifolia (Wall.) Drude.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก เม้าแดง เป็นไม้ขนาดเล็ก สูงไม่เกิน 10 เมตร ผลัดใบ ใบเดี่ยวรูปไข่ติดรียงสลับ ดอกเป็นรูปทรงกระบอกสีขาวอมชมพู ออกรวมกันเป็นช่อเชิงลดเหนือรอยแผลใบ ผลกลมและแข็งแก่จัดตามรอบประสานเป็น 5 เสี่ยง
· ส่วนที่เป็นพิษ ทุกส่วนกล่าวว่าเป็นพิษต่อคนและสัตว์
15. วงศ์ Euphorbiaceae
15.1 Baliospermum montanum Muell. Arg.
· ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า ตองแตก เป็นไม่พุ่ม ขึ้นเป็นกอ สูงไม่เกิน 2 เมตร ใบเดี่ยวรูปไข่หรือรูปรีแกมไข่ติดเรียงสลับขอบใบมักเป็นพูเว้าตื้นๆมีต่อม 1 คู่ บริเวณโคนใบ ดอกเล็กสีเขียวอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อกระจุกแยกแขนงตามง่ามใบ ผลกลมเป็นพูตามยาว 3 พู แก่จัดแตกตามรอยประสาน
· ส่วนที่เป็นพิษ เมล็ด ทำให้ท้องเดินอย่างแรง |