| พืชมีพิษในประเทศไทย (๒)
คัดลอกมาเล่าสู่กันฟัง : ฆรินท์ มิ้น - เรือนพระจันทร์
โดย : จำลอง เพ็งคล้าย : ราชบัณฑิตในสาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์, ราชบัณฑิตสถาน
พืชมีพิษ คือพืชที่มีสารหรือส่วนที่ทำอันตรายแก่ร่างกายมนุษย์หรือสัตว์ โดยอาจจะทำให้เกิดการระคายเคือง, ความเจ็บปวด, หรือรุนแรงถึงชีวิต จากการสัมผัสหรือ บริโภคเข้าไป ทั้งนี้ไม่รวมถึงพืชมีหนามทั่วไป
กลุ่มที่เป็นพิษจากการสัมผัส
กลุ่มนี้จะทำให้คนหรือสัตว์ที่ไปถูกสัมผัส เกิดอาการคัน ผิวหนังอักเสบเป็นผื่นแดงหรือบวม, เป็นตุ่มพองหรือ เป็นแผล หรือ เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนเป็นต้น อาการที่เกิดและความรุนแรงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละบุคคล พืชดังกล่าว ได้แก่
1. วงศ์ Anacardiaceae
1.1 Anacardium occidentale L.
· ชื่อทั่วไปว่า Cashew-nut tree ชื่อพื้นเมืองเรียก มะม่วงหิมพานต์, เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูงไม่เกิน 10 เมตร,ไม่ผลัดใบ ลำต้นและกิ่งมักคดอง เปลือกสีเทามักแตกเป็นสะเก็ด ใบเดี่ยวรูปไข่กลับ ติดเวียนเป็นกลี่ตามปลายกิ่ง ดอกเล็กสีขาว ออกรวมเป็นช่อเชิงหลั่นตามปลายกิ่ง ผลเป็นเมล็ดเดี่ยวอยู่นอกเนื้อ ห้อยอยู่ใต้ก้านที่บวมและนุ่มคล้ายตัวผล
· ส่วนที่เป็นพิษ คือยางจากเปลือก ซึ่งมีสารในรูปของคาร์ดอล และ กรดอนาคาร์ดิค, ทำให้ผิวหนังเป็นผื่นเป็นแผลได้
1.2 Gluta renghas L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก รักบ้าน เป็นต้นไม้สูงถึง 20 เมตรไม่ผลัดใบ, เรียบ สีน้ำตาลอมแดง ใบเดี่ยวรูปขอบขนานหรือรูปหอก ติดเวียนเป็นกลุ่มตามปลายกิ่ง ดอกเล็กสีขาว ออกรวมกันเป็นช่อแขนงตามง่ามใบ ผลเป็นชนิดผลเนื้อนุ่มเมล็ดเดียว
· ส่วนที่เป็นพิษ คือขนตามใบแก่ที่ทำให้เกิดผื่นคันตามผิวหนัง
1.3 Gluta usitata (Wall.) Ding Hou
· ชื่อทั่วไป Vanish tree, Red zebra wood ชื่อพื้นเมืองเรียก รักใหญ่ เป็นต้นไม้สูงถึง 20 เมตร ผลัดใบ, ลำต้นตรง เปลือกสีน้ำตาลคล้ำแตกเป็นสะเก็ดหนา ใบเดี่ยวเป็นรูปไข่กลับหรือรูปขนานแกมรูปไข่กลับ ติดเรียงสลับ ดิกเล็ก สีขาว ออกรวมกันเป็นช่อแยกแขนงตามปลายกิ่งหรือตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ผลกลมแข็ง มีปีกกางแผ่เหนือตัวผล 5 ปีก
· ส่วนที่เป็นพิษ คือขนใบตามแก่ และน้ำยางจากต้น, ทำให้เกิดผื่นคัน และบวมผองตามผิวหนัง
1.4 Holigarna longiflia Roxb.
· ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า รักขาว เป็นต้นไม้สูงถึง 25 เมตร ผลัดใบแต่ผลิใบใหม่ไว ลำต้นตรง เปลือกสีเทาค่อนข้างเรียบ ใบเดี่ยวรูปหอกหลับ ติดเรียงเวียนกันตามปลายกิ่ง ดอกเล็กสีขาว ออกรวมกันเป็นช่อแยกแขนงตามปลายกิ่งหรือตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ผลรูปทรงกลมแข็ง มีกลีบเลี้ยงที่ขยายใหญ่หุ้ม
· ส่วนที่เป็นพิษ คือยางทำให้ผิวหนังพอง
1.5 Mangifera indica L.
· ชื่อทั่วไป Mango tree ชื้อพื้นเมืองเรียกว่า มะม่วง เป็นไม้ต้นสูงถึง 30 เมตร ผลัดใบแต่ผลิใบใหม่ไว ลำต้นเปลา ต้น เปลือกเทาอมเขียวหรือสีน้ำตาล แตกเป็นร่องและเป็นสะเก็ดเล็กๆ ใบเดี่ยวขอบขนานหรือรีแกมรูปหอก ติดเวียนตามปลายกิ่ง ดอกเล็ก สีขาว ออกรวมกันเป็นช่อแยกแขนงตามปลายกิ่ง ผลเป็นชนิดเนื้อนุ่มเมล็ดเดียว
· ส่วนที่เป็นพิษ คือยาง ทำให้ผิวเป็นตุ่มพอง
· หมายเหตุ พรรณไม้ในสกุล Mangifera ทุกชนิดมียางเป็นพิษทังนั้น
1.6 Rhus succedania L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า ฮักไก่ เป็นไม้ต้นสูงถึง 20 เมตร ผลัดใบ ลำต้นเปลา ตรง เปลือกเทาอมน้ำตาลแตกเป็นร่องตามยาว ใบเป็นช่อแบบขนนกปลายคลี่ ติดเรียงตามปลายกิ่ง แต่ละช่อมีใบย่อยรูปรีหรือรีแกมรูปไข่ 7-11 ใบ ใบแก่จัดออกสีแสด ดอกเล็ก สีขาวหรือเหลืองอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อตามง่ามปลายกิ่ง ผลรูปทรวงกลมเปลือกบาง มีเมล็ดเดียว
· ส่วนที่เป็นพิษ ยางจากใบ เปลือก และผล
· หมายเหตุ พรรณไม้ในสกุล Rhus ทุกชนิดมียางเป็นพิษทั้งหมด
2. วงศ์ Apocynaceae
2.1 Strophanthus caudatus (Burm.f.) Kurz
· ชื่อทั่วไป Brush wood ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า ยางน่องเถา เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย ผลัดใบแต่ผลิใบใหม่ไว ใบเดี่ยวติดตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ แต่ละคู่สลับทิศทางกัน ทรงใบรูปรี รูปไข่กลับ หรือ รูปทรงขอบขนาน ดอกโต รูปแจกันสีชมพู ออกรวมกันเป็นช่อกระจุกหรือช่อเชิงหลั่นตามปลายกิ่ง ทั้งกลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 แฉก ปลายกลีบดอกเรียวยาวสีเหลือง ผลเป็นฝักคู่แก้จัดจะแตกด้านเดียว เมล็ดมีปุยขนสียาวเป็นกระจุกที่ปลาย
· ส่วนที่เป็นพิษ ยางจากเปลือกทำให้สลบหรือตายได้ คนพื้นเมืองจะใช้หัวลูกศรจุ่มยางนี้แล้วใช้ยิงสัตว์หรือคน
2.2 Stroephanthus gratus Franch.
· ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า บานทน, เป็นไม้เถาที่นำเข้ามาจากต่างแประเทศเพื่อปลูกเป็นไม้ประดับ ไม่ผลัดใบ ใบเดี่ยว ติดตรงกันข้ามกันเป็นคู่ แต่ละคู่สลับทิศทางกัน ทรงใบรูปรี หรือ ขอบขนาน ดอกโต สีขาวปนเหลืองออกรวมกันเป็นช่อกระจุก หรือ ช่อเชิงหลั่นตามปลายกิ่ง ทั้งกลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ปลายกลีบดอกยาวสีเหลือง ผลเป็นฝักคู่ ผลที่แก่จัดแตกด้านเดียว เมล็ดรูปกระสวย มีขนสีขาวเป็นพู่ที่ปลาย
· ส่วนที่เป็นพิษ ยางที่เปลือกทำให้สลบหรือตายได้ ชาวพื้นเมืองในแอฟริกาใช้หัวลูกศรจุ่มยางนี้แล้วใช้ยิงสัตว์หรือคน
2.3 Strophanthus scandens Roem.&Schult
· ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า เครือน่อง หรือ ยางน่องเครือ เป็นไม้เถา ไม่ผลัดใบ ใบเดี่ยว ติดตรงข้ามเป็นคู่ แต่สลับทิศทางกัน ทรงใบรูปรีแกมรูปขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ ดอกโต สีขาว ออกรวมกันเป็นช่อ กระจุกหรือช่อเชิงหลั่นตามปลายกิ่ง ทั้งกลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ปลายกลับดอกเรียวยาวสีม่วง ผลเป็นฝักคู่ ผลแก่แตกด้านเดียว เมล็ดมีขนสีขาวเป็นพู่ที่ปลาย
· ส่วนที่เป็นพิษ ยางจากเปลือกทำให้สลบหรือตายได้ คนพื้นเมืองใช้หัวลูกศรจุ่มยางนี้แล้วใช้ยิงสัตว์หรือคนได้
3. วงศ์ Capparaceae
3.1 Crateva magna (Lour.) DC.
· ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า กุ่มน้ำ เป็นไม้ต้นขนาดเล็กสูงถึง 8 เมตร เปลือกสีเทา ค่อนข้างเรียบ ใบเป็นช่อ แต่ละช่อมีใบย่อย 3 ใบ ใบย่อยรูปหอก โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลม ดอกสีขาวถึงเหลือง ออกรวมกันเป็นช่อโต ตามปลายกิ่ง ทั้งกลีบเลี้ยงดอกมีอย่างละ 4 กลีบ ผลทรงรูปไข่ผิวแข็งมีคราบขาว เมล็ดสีน้ำตาล
· ส่วนที่เป็นพิษ น้ำเลี้ยงหรือยางจากรากและยอดอ่อนระคายผิวหนัง
4. วงศ์ Eupgorbiaceae
4.1 Acalypha indica L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า ตำแยแมว เป็นพืชล้มลุกสูงประมาณ 30 ซม. ใบเดี่ยวติดเรียงสลับ ทรงใบป้อม ขอบหยักถี่ ก้านใบยาว ดอกสีเขียวอ่อน ออกรวมในช่อไม่แยกแขนง ดอกแยกเพศ แต่ไม่รวมในช่อเดียวกัน กลีบเลี้ยง 3-4 กลีบ ไม่มีกลีบดอก ผลกลมเล็ก
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามใบทำให้ผิวหนังเป็นผื่นคัน
4.2 Cnesmone javanica Bl.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ตำแยแมว หรือ ตำแยช้าง เป็นไม้เถาขนาดเล็ก ใบเดี่ยวเรียงสลับ ทรงใบ รูปไข่แกมขอบขนาน โคนใบเว้าลึก ปลายใบแหลม ขอบใบหยักถี่ ก้านยาว ดอกสีตองอ่อนออกรวมกันเป็นช่อเล็กตามง่ามใบ แยกเพศ แต่รวมในช่อเดียวกัน กลีบเลี้ยง 3 กลีบ ไม่มีกลีบดอก ผลกลมมี 3 พู มีขนแน่น
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามเถาใบ ดอก และผล ทำให้ปวดและคันมาก
4.3 Euphorbia antiquorum L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า สลัดไดป่า เป็นพืชอวบน้ำ กิ่งกลมหรือเป็นสัน 3-6 สัน พร้อมมีปมหรือครีบเว้า 3-5 ปม กลางส่วนเว้ามีหนามแข็ง 1 คู่ และมีใบเล็กๆอวบน้ำรูปไข่กลับตามด้านข้างของปม ดอกสีเหลืองอ่อน ออกเป็นกระจุกเดียวกัน ผลกลม
· ส่วนที่เป็นพิษ น้ำยางจากทุกส่วนที่ทำให้เกิดผื่นคันและเป็นแผลตามผิวหนัง
4.4 Euphorbia hirta L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า น้ำนมราชสีห์ เป็นพืชล้มลุก ค่อนข้างอวบน้ำ ใบเดี่ยวติดตรงข้างเป็นคู่ ทรงใบรูปไข่กลับหรือรี ขอบใบหยักถี่ โคนใบสอบ ปลายแหลมทู่ ดอกแดงเรื่อๆ ออกรวมกันเป็นกระจุกตามง่ามใบ ผลกลมสีแดงเรื่อมี 3 พู
· ส่วนที่เป็นพิษ น้ำยางกัดผิวหนังทำให้เป็นผื่นและเป็นแผลได้
4.5 Euphorbia trigona Haw
· ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า สลัดไดบ้าน เป็นพืชอวบน้ำ กิ่งแขนงมีครีบยาว 3-5 ครีบ สันครีบเป็นคลื่น และมีหูใบที่กลายเป็นหนามสั้นๆ 1-2 คู่ ใบเดี่ยวออกตามครีบ ดอกสีขาวหรือเหลืองอ่อน ดอกเพศผู้และเพศเมียแยกกัน ดอกเพศผู้ออกเป็นกระจุกๆละ 5 ดอก ส่วนดอกเพศเมียออกเดี่ยวๆ ผลกลมแป้น
· ส่วนที่เป็นพิษ น้ำยางกัดผิวหนังทำให้เป็นแผลและผื่นได้
4.6 Excoecaria agallocha L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ตาตุ่มทะเล เป็นไม้ต้น สูงถึง 15 เมตร เปลือกเทาแตกเป็นสะเก็ดถี่ๆ ใบเดี่ยว รูปรี หรือ รูปหอก ติดเรียงสลับ ใบแก่จัดก่อนร่วงออกสีแสดสูงประมาณ 10 เมตร ดอกเล็กสีขาวหรือสีเหลืองอ่อนออกรวมกันเป็นช่อแบบหางกระรอกตามกิ่งเหนือแผลใบ กลีบเลี้ยง 3 กลีบ ผลรูปลูกข่างเล็กๆมี 3 พู
· ส่วนที่เป็นพิษ น้ำยางสีขาว ทำให้คัน ถ้าเข้าตาทำให้ตาบอดได้
4.7 Excoecaria cochinchinenesis Lour.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก กำลังกระบือ เป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร ใบรูปรีแกมรูปหอก ติดตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อย โคนใบสอบ ปลายใบหยิกคอดเป็นติ่งแหลม ขอบใบหยักถี่ ดอกเล็กสีเขียวอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อแบบหางกระรอกจามง่ามใบ กลีบเลี้ยง 3 กลีบ ไม่มีกลีบดอก ผลกลม ปลายเป็นติ่งแหลมสั้นๆ ส่วนที่ค่อนไปทางปลายผลสีแดงเรื่อ ดอกเพศผู้และเพศเมียแยกกัน
· ส่วนที่เป็นพิษ ยางจะทำให้ผิวหนังคันและเป็นแผล
4.8 Exocoecaria bantamensis Muell. Arg.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ตังตาบอด เป็นไม้ต้นสูงได้ถึง 15 เมตร เปลือกค่อนข้างเรียบ สีน้ำตาลเข้ม ใบเดี่ยวติดตรงข้ามกันเป็นคู่ แต่ละคู่สลับทิศทางกัน ทรงใบรูปรีแกมรูปขอบขนาน โคนใบสอบและเบี้ยว ปลายใบเป็นติ่งแหลม ขอบใบหยักฟันเลื่อย ดอกเล็ก สีเขียวอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อแบบหางกระรอกตามปลายกิ่งและง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกเพศผู้และเพศเมีย อยู่ต่างดอกกัน มีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ ไม่มีกลีบดอก ผลกลมหรือรี มี 3 พู ปลายเป็นติ่งแหลม
· ส่วนที่เป็นพิษ ยางสีขาว ถ้าถูกผิวหนังทำให้เป็นผื่นคัน และเป็นแผล ถ้าเข้าตาจะทำให้ตาบอดได้
4.9 Sapium baccatum Roxb.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก โพบาย หรือ สลีนก เป็นไม้ต้นสูงถึง 30 เมตร ผลัดใบ เปลือกสีเทาอมน้ำตาล ค่อนข้างเรียบหรือแตกเป็นร่องยาว โคนต้นมักมีพูพอน ใบเดี่ยวทรงใบรูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลม ติดเรียงสลับใกล้ปลายกิ่ง ที่ผิวใบด้านล่างใกล้กับก้านใบมีต่อม 2 ต่อม ก้านใบมักออกสีชมพูเรื่อ ดอกเล็กสีเขียวอ่อนอมเหลือง ออกรวมกันเป็นช่อแบบช่อแยกแขนง และแขนงช่อเป็นแบบช่อลดรูป ออกตามปลายกิ่ง ดอกแยกเพศแต่อยู่ช่อเดียวกัน ผลกลมหรือรูปลูกข่างเล็กๆเป็นพูตื้นๆ 2 พู
· ส่วนที่เป็นพิษ ยางสีขาวตามเปลือก ทำให้คันและเป็นแผลพองตามผิวหนัง
4.10 Sapium insigne Benth
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ตาตุ่มบก หรือ สะเก็ดแรด เป็นไม้ต้นสูงถึง 30 เมตร ผลัดใบ โคนต้นเป็นพูพอน เปลือกสีน้ำตาลอมเทา แตกเป็นร่อง และเป็นสะเก็ดหนา ใบเดี่ยวติดเรียงสลับหรือเวียนกัน ทรงใบรูปรีหรือรูปขอบขนานแกมรูปหอก ที่ผิวใบด้านล่างใกล้ก้านใบมีต่อม 2 ต่อม ดอกสีเขียวอ่อน ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ต่างหากและต่างช่อกัน ช่อดอกเพศผู้ใหญ่กว่าดอกเพศเมีย ผลป้อมหรือกลม พอมองเห็นเป็นพู 2-3 พู
· ส่วนที่เป็นพิษ ยางสีขาวจากเปลือกและใบ ทำให้คันและเป็นแผลพอง ถ้าเข้าตาทำให้ตาบอดได้
5. วงศ์ Leguminsoae Papilionideae
5.1 Mucuna bracteata DC. Ex Kurz
· ชื่อพื้นเมืองเรียก หมามุ่ยน้อย เป็นไม้เถา ตามลำเถาและก้านใบอาจเกลี้ยง ใบเป็นช่อแบบ 3 ใบย่อย ช่อใบติดเรียงสลบ ทรงใบย่อยรูปไข่ โคนใบเบี้ยว ปลายใบเรียวแหลม มีขนมากสีเทาทางผิวใบล่าง ดอกแบบดอกถั่วสีม่วงเข้ม ออกรวมกันเป็นช่อห้อยลง ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอก ผิวเรียบมีขนสีเหลืองคลุ่มแน่น
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามฝักแก่ และใบแก่ ทำให้เกิดอาการคันตามผิวหนัง
5.2 Munuca biplicata Teysm.&Binn.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก หมามุ่ยฝักย่น เป็นไม้เถา ตามลำเถาและก้านใบเกลี้ยง ใบเป็นช่อแบบ 3 ใบย่อย ช่อใบเรียงติดสลับ ทรงใบย่อยป้อม โคนใบเบี้ยว ปลายใบหยักคอดเป็นติ่งแหลม มีขนประปรายทางผิวใบด้านล่างดอกแบบดอกถั่วสีม่วงอมขาว ออกรวมกันเป็นช่อห้อยลง ผลเป็นฝักแบนผิวด้านข้างออกรวมเป็นช่อห้อยลง ผลเป็นฝักแบน ผิวด้านข้างของฝักจีบเป็นริ้วๆ และมีขนแข็งสีทองแน่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามร่องของริ้วผล
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามฝักแก่จะทำให้เกิดอาการคัน และปวดมาก
5.3 Mucuna gracilipes Craib
· ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า หมามุ่ยขน เป็นไม้เถ้าขนาดใหญ่ที่มีมือเกาะพยุงลำต้น ทุกส่วนมีขนสีเหลืองอ่อน ใบเป็นช่อแบบ 3 ใบย่อย ช่อใบเรียงติดสลับ ทรงใบป้อ โคนใบเบี้ยว ปลายใบมน และมักมีติ่งคล้ายหนามสั้นๆติดอยู่ มีขนแน่นทางผิวใต้ใบด้านล่าง ดอกแบบถั่ว สีขาวปนม่วงออกรวมกันเป็นช่อสั้นๆห้อยย้อยลง ผลไม่ปรากฏ แต่คาดว่าเป็นฝักรูปทรงกระบอกและมีขนมาก
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนจากส่วนต่างๆของพรรณไม้ชนิดนี้ทำให้เกิดอาการผื่นคัน
5.4 Mucuna gigantea (Willd.) DC.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก หมามุ่ย เป็นไม้เถ้า ตามลำเถาเกลี้ยง และมีต่อมระบายอากาศสีจางๆทั่วไป ใบเป็นช่อแบบ 3 ใบย่อย ช่อใบติดเรียงสลับ ทรงใบย่อยรูปไข่โคนใบเบี้ยวปลายใบหยักคอดและโค้งเล็กน้อย มีขนบ้างทางผิวใบด้านล่าง ดอกแบบถั่ว สีเขียวอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อห้อยย้อยลง ผลเป็นฝักรูปดาบ ขอบทั้ง 2 ข้างจะมีสีสันหรือครีบ 1 คู่ ตามยาวฝักปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลแดงหนาแน่น
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามฝักแก่ จะทำให้เกิดอาการคัน และปวด
5.5 Mucuna hainanensis Hayata
· ชื่อพื้นเมืองเรียก หมามุ่ยแม้ว เป็นไม้เถา ตามลำเถาและก้านใบเกลี้ยงหรือเกือบเกลี้ยง และมีต่อมระบายอากาศสีจางๆกระจายทั่วไปตามลำเถา ใบเป็นช่อแบบ 3 ใบย่อย ช่อใบติดเรียงสลับ ผิวใบด้านล่างสีเหลืองอ่อน และมีขนบ้างประปราย ดอกแบบถั่ว สีม่วงปนขาว ออกรวมกันเป็นช่อสั้นๆ ห้อยย่อยลง ผลเป็นฝักแบน โคนและปลายสอบ ผลเรียว ปลายสุดเรียวคล้ายหนามหรือลวด ผิวข้างผลเป็นริ้วหรือครีบห่างๆ ขอบทั้ง 2 มีสีสันหรือครีบบางๆ 1 คู่ ตามยาวฝัก ผิวผลคลุมด้วยขนสีน้ำตาลเข้ม
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามฝักแก่ทำให้เกิดระคายเคืองและผื่นตามผิวหนัง
5.6 Mucuna interrupta Gagnep.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก สะบ้าลาย เป็นไม้เถา ตามลำเถาและก้านใบเกลี้ยงหรือเกือบเกลี้ยง ใบเป็นช่อแบบ 3 ใบย่อย ช่อใบเรียงติดสลับ ทรงใบย่อย รูปไข่หรือรี โคนใบมนและมักเบี้ยวเล็กน้อย ปลายใบหยักคอกเป็นติ่งแหลม มีขนประปรายตามผิวใบทั้งสองด้าน ดอกแบบดอกถั่วสีเหลืองอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อสั้นๆห้อยย้อยลง ผลเป็นฝักแบน โคนและปลายมน และผลพับย่น ขอบผลเป็นสันหรือครีบ 1 คู่ตามยาว ฝักมีขนแข็งสีน้ำตาลแน่นตามร่องรอยย่นของผิว
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามฝักแก่ทำให้ปวดและคันตามผิวหนัง
5.7 Mucuna pruriens (L.) DC.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก หมามุ่ยฝักงอน เป็นไม้เถา ตามลำเถาและก้านใบมีขนทั่วไป ใบเป็นช่อแบบ 3 ใบย่อย ช่อใบติดเรียงสลับ ทรงใบย่อยรูปไข่ โคนใบเบี้ยว ปลายเป็นติ่งแหลมคล้ายหนาม มีขนสีเทาตามผิวใบทั้งสองด้าน ดอกแบบดอกถั่วสีม่งเข้มออกรวมกันเป็นช่อยาวตามง่ามใบ ช่อห้อยย้อยลง ผลเป็นฝักคล้ายฝักถั่ว ปลายฝักอ่อนมีขนหรือเกล็ดสีน้ำตาลอมเหลืองแน่น
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามส่วนต่างๆของพรรณไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฝัก ทำให้เกิดอาการคันตามผิวหนังและปวดตามข้อ
5.8 Mucuna monosperma DC.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก หมามุ่ยใหญ่ เป็นไม้เถา ขนาดใหญ่ ตามส่วนที่ยังอ่อนมีขนทั่วไป ใบเป็นช่อแบบ 3 ใบย่อย ช่อใบเรียงติดสลับ ทรงใบย่อยรูปไข่ โคนใบมนและเบี้ยว ปลายใบหยักคอดเป็นติ่งแหลม ผิวใบด้านล่างมีขนนุ่ม ดอกแบบถั่ว ออกรวมกันเป็นช่อห้อยย้อยลง ผลเป็นฝักแบนและค่อนข้างป้อม
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามฝักแก่ ทำให้ปวดและคันตามผิวหนัง
5.9 Spatholobus ferrugineus Benth
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ช้างแหก เป็นไม้เถาขนาดใหญ่ และยาวเกิน 10 เมตร ผลัดใบ ผิวตามเถามีขนน้ำตาลสีแดงหนาแน่น ใบเป็นช่อแบบ 3 ใบย่อย ช่อเรียงติดสลับ ทรงใบป้อมหรือรูปไข่ โคนใบมนหรือป้านและเบี้ยวเล็กน้อย ปลายใบมน ผิวใบด้านล่างมีขนสีน้ำตาลอ่อน ดอกแบบดอกถั่ว ออกรวมกันเป็นช่อยาวตามปลายกิ่งแขนง ผลเป็นฝัก ส่วนบนแบนและเป็นคลื่น ปลายสุดเป็นติ่ง ผิวฝักมีขนสากลสีน้ำตาลแดงแน่น
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามฝักแก่ทำให้เกิดการคันตามผิวหนัง
6. วงศ์ Moraceae
6.1 Antiaris toxicaria Lesch.
· ชื่อทั่วไปเรียกว่า Upas tree ชื่อพื้นเมืองเรียก ยางน่อง เป็นไม้ต้น ผลัดใบแต่ผลิใบใหม่ไว สูงได้ถึง 40 เมตร โคนมักเป็นพูพอน ตามกิ่งอ่อนมีขนสากทั่วไป ใบเดี่ยวติดเรียงสลับ ทรงใบรูปไข่หรือรีแกมรูปขอบขนาน โคนใบมนหรือยักเว้าเข้า ปลายเป็นติ่งแหลม ขอบใบมีขนเป็นกระจุกเป็นระยะๆ ทำให้ดูคล้ายกับขอบใบหยัก ขนนี้จะหลุดเมื่อใบแก่ ดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่ต่างช่อ แต่อยู่ในกิ่งหรือต้นเดียวกัน และออกดอกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบ ผลค่อนข้างกลม ฉ่ำน้ำ และมีขนยาวสีน้ำตาลคลุม ผลแก่สีแดงหรือสีแสด
· ส่วนที่เป็นพิษ ยางจากเปลือกทำให้สลบหรือตายได้ คนพื้นเมืองใช้หัวลูกศรจุ่มยางนี้แล้วใช้ยิงคนหรือสัตว์
6.2 Artocarpus heterophyllus Lamk.
· ชื่อทั่วไปเรียก Jack fruit tree ชื่อทั่วไปเรียก ขนุน เป็นไม้นำเข้ามาปลูก เป็นไม้ผล เป็นต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ไม่ผลัดใบ แตกกิ่งต่ำและลำต้นมักเป็นปุ่มปม ใบเดี่ยวติดเรียงสลับ ทรงใบรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน ผิวใบเป็นมัน โคนใบมนหรือสอบเล็กน้อย ปลายใบทู่ ดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่ต่างช่อแต่อยู่ใยต้นเดียวกัน ออกรวมกันเป็นช่อบนแกนจานดอกที่ยาวเป็นแท่งตามกิ่งหรือตามลำต้น ผลเป็นชนิดผลรวม ฉ่ำน้ำ รูปกลมหรือรี ยาวได้ถึง 45 ซม.
· ส่วนที่เป็นพิษ ยางทั้งจากใบ เปลือกและ ผล ทำให้ผิวหนังเป็นผื่นเป็นแผลได้
· หมายเหตุ พรรณไม้สกุล Artocarpus มียางเป็นพิษทั้งนั้น
6.3 Ficus hispida Linn.f.
· ชื่อทั่วไปเรียก Fig tree ชื่อพื้นเมืองเรียก มะเดื่องปล้อง เป็นไม้ต้น ไม่ผลัดใบ สูงได้ถึง 10 เมตร ลำต้นมักคดงอและแตกกิ่งต่ำ ใบเดี่ยวติดเรียงสลับ ทรงใบรูปขอบขนานหรือรูปขอบขนานแกมไข่กลับ โคนใบสอบเล็กน้อย ปลายโคนหยักคอดเป็นติ่งแหลม มีขนสากทางผิวใบด้านล่าง ดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่ต่างช่อแต่ต้นเดียวกัน ออกรวมกันบนผิวด้านในของแกนฐานดอกที่ห่อเข้าเป็นรูปทรงกลม รวมกันเป็นกระจุกโตตามกิ่งและลำต้น ผลเป็นชนิดผลรวมรูปลูกข่าง ซึ่งเกิดจากฐานดอกขยายใหญ่หุ้มไว้มิด ฉ่ำน้ำ
· ส่วนที่เป็นพิษ ยางทั้งจากใบ เปลือก และ ผล ทำให้ผิวหนังเป็นผื่นคันและตุ่มพอง
· หมายเหตุ พรรณไม้สกุล Ficus ทุกชนิดมียางเป็นพิษทั้งนั้น
6.4 Streblus asper Lour.
· ชื่อทั่วไปเรียก Tooth brush tree ชื่อพื้นเมืองเรียก ข่อย เป็นไม้พุ่ม ถึงไม้ต้น ไม่ผลัดใบ ลำต้นมักคดงอและแตกกิ่งต่ำ ใบเดี่ยวเรียงติดสลับ ทรงใบรูปรีหรือป้อม โคนใบสอบหรือมนหรือบางทีป้าน ปลายใบทู่มีขนสากทั้งสองด้าน ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่ต่างช่อ แต่อยู่ในต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้สีเขียวอ่อน ออกเป็นช่อกลมเล็กตามกิ่ง ส่วนดอกเพศผู้สีเขียวอ่อน ออกเป็นช่อกลมเล็กตามกิ่ง ส่วนดอกเพศเมียมีสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน เป็นดอกเดี่ยว รวมกันเป็นกระจุกตามกิ่ง กลีบเลี้ยง 4 กลีบติดอยู่จนเป็นผล ผลกลมหรือเป็น 2 พู ฉ่ำน้ำ แก่จัดสีเหลือง
· ส่วนที่เป็นพิษ ใบ ถ้าถูกผิวหนังส่วนที่อ่อนๆ จะทำให้ผิวหนังเป็นแผลได้ ยางจากเปลือกทำให้เป็นผื่นและตุ่มพองตามผิวหนัง
7. วงศ์ Bombacaceae
7.1 Neesia altissima (Bl.) Bl.
· ชื่อทั่วไปเรียก Durien tree ชื่อพื้นเมืองเรียก ทุเรียนผี เป็นไม้ต้น ไม่ผลัดใบ สูงได้ถึง 30 เมตร ตามกิ่งอ่อนมีขนรูปดาวทั่วไป ใบเดี่ยวติดเรียงสลับ ทรงใบรูปขอบขนานหรือรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน โคนใบสอบหรือมน บางทีอาจหยักเว้าเข้า ปลายใบมนหรือป้าน ดอกสีชมพูออกรวมกันเป็นช่อกระจุกตามกิ่งและง่ามใบกลีบเลี้ยงเป็นถุง คล้ายโคมไฟเล็กๆกลีบดอก 5 กลีบ ผลเป็นชนิดผลแห้ง แตก แข็งเหมือนไม้ เป็นพู 5 พู ภายในมีขนสีน้ำตาลเป็นเสี้ยนแข็งมาก
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนแข็งภายในผลทำให้ผิวหนังพองเจ็บ และคันมาก
7.2 Neesia malayana Bakh.
· ชื่อทั่วไปเรียก Durien tree ชื่อพื้นเมืองเรียก ช้างแหก หรือ ช้างไห้ เป็นไม้ต้น ไม้ผลัดใบ สูงได้ถึง 40 เมตร โคนต้นมีพูพอนสูงถึง 30 เมตร และมีรากหายใจคล้ายสะพานโยงหรือบ่วงดักสัตว์มากมาย ใบเดี่ยวติดเรียงสลับ ทรงใบรูปรี รูปไข่กลับหรือรีแกมรูปขอบขนาน โคนใบสอบและมักหยักเว้ารูปหัวใจ ปลายใบป้านและหยักเข้าเล็กน้อย ดอกชมพูออกรวมกันเป็นช่อกระจุกตามกิ่งและง่ามใบ กลีบเลี้ยงติดกันเป็นรูปถ้วย กลีบดอก 5 กลีบ ภายในมีขนสีน้ำตาลเป็นเสี้ยนแข็งมาก
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนแข็งภายในผลทำให้ผิวหนังพองเจ็บ และคันมาก
8. วงศ์ Myrtaceae
8.1 Melaleuca cajuputi Powell.
· ชื่อทั่วไปเรียก Cajeput tree ชื่พื้นเมืองเรียก เสม็ด หรือ เสม็ดขาว เป็นไม้ต้น ไม่ผลัดใบ สูงได้ถึง 25 เมตร ลำต้นมักคดงอ เปลือกสีขาว ลอกเป็นแผ่นโต ใบเดี่ยวเรียงเวียนกันไป ทรงใบรูปหอก โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ดอกสีขาวออกรวมกันเป็นช่อแบบหางกระบอกตามปลายกิ่งและง่ามใบ ผลเป็นชนิดผลแห้ง
· ส่วนที่เป็นพิษ น้ำมันจากใบทำให้ระคายเคืองและเป็นผื่นคันตามผิวหนัง
9. วงศ์ Oleaceae
9.1 Jasminum grandiflorum L.
· ชื่อพื้นเมืองเรียกสถาน เป็นไม้เถา หรอไม้พุ่มรอเลื้อยที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ไม่ผลัดใบ แตกกิ่งมาก ใบเป็นช่อแบบขนนกปลายคลี่ออก ตรงข่ามกันเป็นุ่ๆ ใบรูปรี โคนใบสอบ รึมน ปลายใบเรียวแหลม ดอกสีม่วง กลิ่นหอม ออกรวมกันเป็นช่อโตตามปลายกิ่ง ทั้งกลีบเลียงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ผลกลม แก่จัดสีดำ
· ส่วนที่เป็นพิษ ดอกมักมีการนำมาร้อยเป้นพวงมาลัยใส่ข้อมือและสวมคอ อาจทำให้เป็นผื่นคันได้
10. วงศ์ Palmae
10.1 Arenga pinnata (Wurmb.) Merr.
· ชื่อทั่วไปเรียก Sugar palm ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า ฉก หรือ ลูกชิด เป็นพวกปาลืมหรือหมากคล้ายต้นมะพร้าว ใบเป็นช่อแบบขนนก ช่อหรือทางใบยาว 2-4 เมตร มีใบย่อยมากผิวใบย่อยด้านล่างเป็นคราบขาว โคนทางใบโอบลำต้น ดอกเล็กสีเหลือง่ออน ออกรวมกันเป็นทะลายขนาดใหญ่ยาวๆได้ถึง 1.5 เมตร ตามง่ามใบ สามารถผลิตน้ำหวานได้เช่นเดียวกับมะพร้าว กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 3 กลีบ ผลกลม มีขนสีน้ำตาลคลุมมาก ภายในเป็นเมล็ดใสที่นำเอามาทำเป็นลูกชิด
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามผิวผล รวมทั้งน้ำเลี้ยงจากเปลือกผล ทำให้เกิดอาการตคันอย่างรุนแรงตามผิวหนัง
10.2 Caryota mitis Lour.
· ชื่อทั่วไปเรียก Fishtail palm.ชื่อพื้นเมืองเรียก เต่าร้างแดง หรือ เต่ารั้งหนู เป็นพวกปาล์มหรือหมากที่แตกเป็นกอ สูงได้ถึง 5 เมตร ใบเป็นช่อแบบขนนกสองชั้น ช่อหรือทางใบยาวได้ถึง 3 เมตร ใบย่อยรูปหางปลา ดอกสีม่วงหรือเหลืองอ่อน ออกรวมกันเป็นทะลายโต ยาวได้ถึง 60 ซม. ตามปลายลำต้น ตามง่ามใบและเหนือรอยแผลตามใบตามลำต้น ผลกลมโตได้ถึง 1.5 ซม. ผลแก่จัดสีแดงคล้ำ
· ส่วนที่เป็นพิษ ชนตามผล และน้ำเลี้ยงตามผิวใบของลำต้น ทำให้เป็นผื่นคันตามผิวหนัง ถ้าเข้าตาทำให้ตาบอดได้
10.3 Caryota obtusa Griff. var. aequatorialis Becc.
· ชื่อทั่วไปเรียก Giant mountain fishtail palm ชื่อพื้นเมืองเรียก เต่าร้างยักษ์ เป็นพวกปาล์มหรือหมาก เป็นต้นเดี่ยวสูงได้ถึง 40 เมตร ตามข้อใกล้โคนต้นมีรากอากาศมาก ใบย่อยรูปหางปลา ดอกขาวหรือเหลืองอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อทะลายยาวได้ถึง 2 เมตร ตามปลายลำต้น ง่ามกาบใบ และเหนือรอยแผลใบตามลำต้น ผลกลมโตได้ถึง 2.5 ซม.
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามผิงผลและน้ำเลี้ยงตามผิวในของลำต้นทำให้เป็นผื่นคันตามผิวหนัง ถ้ายางเข้าตาทำให้ตาบอดได้
10.4 Caryota urens L.
· ชื่อทั่วไปเรียก Fishtail palm หรือ Wine palm ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า เต่ารั้ง หรือ เต่าร้าง เป็นพวกปาล์มหรือหมาก มักเป็นต้นเดี่ยวๆสูงได้ถึง 20 เมตร ใบเป็นช่อแบบขนนกสองชั้น ยาวได้ถึง 3 เมตร และแผ่กว้างได้ถึง 2 เมตร ใบย่อยรูปหางปลา ดอกสีขาวหรือเหลือง ออกรวมกันเป็นทะลายใหญ่ ตามปลายต้น ตามซอกก้านใบ หรือเหนือรอยแผลใบตามต้น ผลกลม โตได้ถึง 1.5 ซม. มีขน แก่จัดออกสีเหลืองหรือแดงคล้ำ
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามผิวผล และยางตามผิวในของลำต้น,ทำให้และเป็นผื่นตามผิวหนัง ถ้าเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้
10. วงศ์ Urticaceace
11.1 Dendrocnide basilotunda Chew
· ชื่อพื้นเมืองเรียก หานช้างฮ้อง เป็นไม้พุ่มถึงไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 10 เมตร ผลัดใบ เปลือกสีน้ำตาลอ่อนและมีช่องระบายอากาศทั่วไป ใบเดี่ยวเรียงสลับหรือเวียนกัน ทรงใบป้อมหรือรูปไข่ โคนใบมนกว้าง ปลายเป็นติ่งแหลม ดอกเล็ก สีขาวแกมเขียว ออกรวมกันเป็นช่อโตห้อยตามง่ามใบ มีเกล็ดหรือขนสีน้ำตาลทั่วไป ผลค่อนข้างกลม สีเขียวเข้ม
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนหรือเกล็ดตามส่วนต่างๆ ของช่อดอกทำให้เกิดอาการคันเป็นผื่นแดงและปวดมาก
11.2 Dendrocnide sinuata Chew
· ชื่อพื้นเมืองเรียก กะลังตังช้าง เป็นไม้พุ่มถึงไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 8 เมตร ผลัดใบ เปลือกสีเทาและมีประช่องระบายอากาศทั่วไป ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ทรงใบรูปรีแกมรูปไข่กลับ ขอบใบหยักฟันเลื่อย โคใบมน ปลายใบแหลม แผ่นใบค่อนข้างหนา ดอกเล็กสีเขียวอ่อน ผลเล็กกลม
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามใบและส่วนต่างๆของช่อดอก ทำให้คัน ผิวหนังไหม้ หรือแดงเป็นผื่นและปวดมาก
11.3 Dendrocnide stimulans (Miq.) Chew
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ตำแยช้าง หรือ สามแก้ว เป็นไม้พุ่มถึงไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 5 เมตร ผลัดใบ เปลือกสีเทา และมีประช่องระบายอากาศทั่วไป ใบเดี่ยวเรียงสลับหรือเวียนกัน ทรงใบรูปหอกกลับ โคนใบสอบ ปลายสุดของใบเรียวแหลม ผิวใบด้านล่างเป็นคราบขาว ดอกเล็กสีขาวปนเหลือง หรือสีม่วงอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อยาวๆ ห้อยตามง่ามใบ ผลเล็ดกลมสีเขียว
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนหรือเกล็ดตามส่วนต่างๆ เช่น ใบ ช่อดอก จะทำให้เกิดอาการคัน ผิวหนังไหม้เกรียม หรือแดง เป็นผื่นและปวดมาก
11.4 Girardnia heterophylla (Vahl.) Dencne. Var. palmata Guad.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ตำแยช้าง หรือ หานช้างร้อง เป็นพืชล้มลุก สูงได้ถึง 1.5 เมตร ไม่ผลัดใบ ทุกส่วนมีขนสากหนาแน่น ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ทรงใบรูปฝ่ามือ เป็นพู 3-7 พู ขอบใบหยักซี่ฟันเลื่อย ตามก้านใบมีขนเป็นหนามแข็งๆ กอดเล็กสีเขียวอ่อน ออกรวมกันเป็นพวงใหญ่ตามง่ามใบ ผลเล็ก กลม ผิวผลมีหนามแข็งหนาแน่น
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนหรือหนามตามส่วนต่างๆทำให้เจ็บ คัน และปวดมาก
11.5 Girardinia diversifolia (Link.) Frirs
· ชื่อพื้นเมืองเรียก หานสา เป็นพืชล้มลุก สูงได้ถึง 1 เมตร ไม่ผลัดใบ ทุกส่วนมีขนสากกระจายทั่วไป ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ทรงใบรูปไข่ โคนใบมน ปลายแหลม ขอบใบหยักซี่ฟัน บางทีเป็นพูโตๆหลายพู ดอกเล็กสีเขียวอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อแบบหางกระรอกตามง่าใบ ผลเล็ดกลม ผิวผลมีหนามแข็งหนาแน่น
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนหรือหนามตามส่วนต่างๆทำให้เจ็บคันและปวด
11.6 Laportea bulbifera (Sieb. & Zucc.) Wedd.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ลังตังช้าง หรือ ตำแย เป็นพืชล้มลุกสูงได้ถึง 1 เมตร ไม่ผลัดใบ ทุกส่วนมีขนสากกระจายทั่วไป ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ทรงใบรูปรีแกมไข่ โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยักซี่ฟัน ดอกเล็ก สีเขียวอ่อน ถึงม่วงอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อโตตามง่ามใบ ผลเล็ก ผิวผลมีหนามแข็ง
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนหรือหนามตามส่วนต่างๆทำให้เจ็บคันและปวด
11.7 Laportea disepala (Gagnep.) Chew
· ชื่อพื้นเมืองเรียก หาน เป็นพืชล้มลุก สูงได้ถึง 1 เมตร ไม่ผลัดใบ ทุกส่วนมีขนสากทั่วไป ใบเดี่ยว ออดเรียงสลับ ทรงใบรูปหัวใจ โคนใบหยักเว้า ปลายใบเป็นติ่งแหลม ขอบใบหยักซี่ฟัน ดอกเล็ก ออกรวมเป็นช่อโตตามง่ามใกล้ยอกลำต้น ผลเล็ก ผิวผลมีหนามแข็งทั่วไป
· ส่วนที่เป็นพิษ ชนหรือหนามตามส่วนต่างๆทำให้เจ็บ คันและปวด
11.8 Laportea interrupta (L.) Guad.
· ชื่อพื้นเมืองเรียก ตำแยตัวเมีย เป็นพืชล้มลุก สูงได้ถึง 1 เมตร ไม่ผลัดใบ ทุกส่วนมีขนสากทั่วไป ใบเดี่ยวออกเรียงเวียนสลับ ทรงใบรูปหัวใจ โคนใบป้านหรือหยักเว้า ปลายใบเป็นติ่งแหลม ขอบใบจักซี่ฟัน ผิวใบด้านล่างสีเขียวอ่อน ดอกสีขาวหรือเหลืองอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อโค้งยาว ไม่แยก แขนงตามปลายกิ่งและง่ามใบ ผลกลมเล็กสีเขียว
· ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามส่วนต่างๆ จะทำให้ระคายเคืองตามผิวหนังและผื่นแดง |